กุ้งเชอรี่ กุ้งแคระสวยงามเลี้ยงไม่ยาก

บทความพื้นฐาน ปลา-สัตว์ทะเล

กุ้งเชอรี่แดง หรือ ที่ฝรั่งเรียกว่า Red Cherry นั้น มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Neocaridina denticulata ซึ่งกุ้งเชอรี่นั้นไม่ได้มีแต่สีเดียวเท่านั้น แต่สีแดงนั้นได้มาจากการคัดเลือกสายพันธ์แล้ว ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในวงการกุ้งแคระมีชื่อทางการค้าเช่น Red Fire เป็นต้น

กุ้งเชอร์รี่นั้นมีความทนทานต่อสภาพน้ำและสภาพอากาศมากกว่ากุ้งสวยงามชนิดอื่นๆ และเป็นเรื่องง่ายที่จะขยายพันธ์กุ้งชนิดนี้ แต่การจะได้มาซึ่งกุ้งที่ดีก็เป็นเรื่องที่ต้องตามหาแหล่งที่มาของกุ้งดีๆเสียก่อน เช่นร้านที่มีชื่อเสียงตามตลาดลานเร่ เช่นร้าน 88 หรือ ร้าน Ebi ซึ่งมีกุ้งให้เลือกสรรตามความชอบของนักเพาะเลี้ยง

อุณหภูมิที่แหมาะสม
สำหรับอุณหภูมที่แหมาะสมสำหรับการเลี้ยกุ้งแคระนั้นคือ 25-28 องศาเซลเซียส นอกจากกนี้อุณหภูมิที่สูงกว่าจะทำให้อัตราการเจริญเติบโดตเร็วขึ้นและสามารถสืบพันธ์ได้เร็วขึ้นอีกด้วย และอุณหภูมิสูงสุดที่กุ้งเชอร์รี่จะทนได้นั้นคือ 30 องศาเซลเซียส ถ้าสูงกว่านี้คงกลายเป็นกุ้งต้มเรียบร้อยแล้ว และเช่นกันหากอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศากุ้งก็ยังอยู่รอดได้ แต่กุ้งจะไม่มีการผสมพันธ์ แถมยังเกิดโรคต่างๆได้ง่ายกว่า

PH ที่แหมะสม
ช่วง PH ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงกุ้งเชอร์รี่คือช่วงที่เป็นกรดอ่อนๆ เช่นเดียวกับไม้น้ำ คือช่วง 6.2-7.3 ซึ่งเป็นช่วงที่ช่วยให้อัตราการฟักไข่สูงขึ้น และยังเป็นช่วงที่ทำให้กุ้งมีสุขภาพดี แต่หาก PH สู่งกว่า 7.5 ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความเป็นกรด เช่น ดินสำหรับเลี้ยงกุ้ง ซึ่งช่วยกด PH ให้ต่ำลงให้เหมาะสำหรับการเลี้ยงกุ้งแคระ

ค่าไนไตร
ก่อนที่จะนำสิ่งมีชีวิตลงสู่ตู้ไม้น้ำ ค่าไนเตรตที่ดีควรจะเป็น 0 เนื่องจากกุ้งมีความไวต่อค่าไนเตรต หากมีการเปลี่ยนแปลงค่าเพิ่มขึ้นอาจทำให้กุ้งช็อคตายได้

ค่าแอมโมเนีย
เช่นเดียวกับค่าไนไตร ค่าแอมโมเนียควรจะเป็น 0 เช่นกัน

ค่าไนเตรต
ปริมาณไนเตรทควรน้อยกว่า 20ppm ถ้าให้ดีควรจะเป็น 0 หรือใกล้เคียง ซึ่งค่าที่สูงกว่า 20ppm จะส่งผลต่อสุขภาพของกุ้งเชอรรี่ และทำให้ออกลูกได้ยาก

เปลี่ยนน้ำครั้งละ 30%
ควรเปลี่ยนน้ำปริมาณ 30% ของตู้ทุกๆสัปดาห์ กุ้งเชอรี่นั้นค่อนข้างไวต่อคอรีนและสารโลหะต่างๆ ดังนั้นควรเตรียมน้ำอย่างน้อย 3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ หรือเติมน้ำยาลดคลอรีน และอย่าลืม เอามือรองเวลาเติมน้ำเพื่อป้องกันดินฟุ้งกระจาย

การลงกุ้ง
หลังจากได้กุ้งมาจากร้าน ให้ทำการค่อยๆเติมน้ำลงในถุงหรือถ้วยทีละนิด ให้ดีทำกาลักน้ำค่อยๆหยอด แม้กุ้งเชอรี่จะแข็งแรง แต่ก็ค่อนข้างไวต่อการเปลี่ยนแปลงค่าทางเคมีต่างๆ แต่คนใจร้อนอย่างผมค่อยๆตัดใส่ทีละน้อยๆ เพื่อป้องการการช็อคน้ำ ทิ้งไว้ 5 นาทีและเติมไปเรื่อยๆจนครบ 30 นาที แล้วค่อยเอากระชอนช้อนกุ้งลงตู้ อย่าลืมเอามือปิดละไม่งั้นเหล่ากุ้งตัวน้อยได้ลงมาเต้นแน่ๆ แล้วน้ำเก่าอย่าเพิ่งทิ้งให้เก็บไว้ก่อน กุ้งเชอรี่จะค่อนข้างไวต่อค่าเคมีดังนั้นหากค่าของน้ำไม่ดี กุ้งจะบินไปบินมาตามกลางตู้เราอาจจะคิดว่ามันตื่นเต้นจริงๆมันกำลังช็อคน้ำนั่นเอง ให้ทำการวัดค่าน้ำแล้วหาสาเหตุ แล้วทำการย้ายกุ้งไปยังน้ำที่เราพักกุ้งไว้เมื่อสักครู่

การให้อาหาร
เนื่องจากเป็นกุ้งที่เลี้ยงง่าย จริงๆแล้วพวกมันกินแค่สาหร่ายก็เพียงพอเอาชีวิตรอด แต่หากต้องการขยายพันธ์ หรือต้องการให้กุ้งมีสุขภาพดีควรมีอาหารเสริมให้บ้างเช่น อาหารปลาแพะ ,ใบหม่อนต้ม , ผักโขมต้ม หรืออาจจะให้อาหาร Red Bee ก็ได้ แล้วก็อย่าลืมเก็บเศษอาหารที่เหลือออกด้วยนะครับ

อัตรายจากคาร์บอน
เนื่องจากคาร์บอนแบบ DIY ต่างๆเราไม่สามารถปิดได้ฉะนั้นมันจะปล่อยคาร์บอนออกมาตลอด แต่ในเวลากลางคืนที่พืชไม่สังเคราะห์แสง ซึ่งคาร์บอนมีส่วนทำให้ค่า PH ตกลงแล้วทำให้น้ำมีความเป็นกรด ซึ่งกุ้งไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลง PH อย่างรวดเร็ว และ การขาดออกซิเจนได้ ดังนั้นควรเพิ่มออกซิเจนในเวลากลางคืนเช่นการยก outfolw ขึ้นเหนือน้ำ หรือจะใช้ปั้มลมอัดออกซิเจนก็ได้

Leave a Reply